พาเที่ยวมิวเซียมสยาม ตอนที่ 1 "อดีตที่แสนงดงาม"
ผมติดค้างจะอัพเดตเรื่องราวของ "มิวเซียมสยาม" มานานพอแล้ว ถึงเวลาที่จะมาเล่าเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์ที่เก็บเรื่องราวของชนชาติไทยเอาไว้กันซะที เมื่อครั้งแรกที่ผมได้ยินข่าวเรื่องมิวเซียมสยามรวมถึงคนที่ไปถ่ายรูปกันมาหลายต่อหลายคน ก็นึกไปว่าคงจะเป็นอีกพิพิธภัณฑ์หนึ่งที่เก็บของโบราณๆของไว้โชว์เท่านั้นล่ะมั้ง และที่ไปก็ด้วยการที่ไม่มีอะไรทำเท่านั้นเอง แต่พอไปถึงแล้วสิ่งที่ได้รับกลับออกมาหลังจากไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือการรู้สึกถึงเลือดเนื้อของความเป็นไทยที่อยู่ในตัวผมครับ..
เมื่อมาถึงด้านหน้าก็มีปฏิมากรรมให้เราเดินลอดผ่านเข้าไป เหมือนวังเวียนที่กำลังจะพาเราย้อนเวลากลับไปสู่อดีต
ข้างๆตรงที่ผมยืนถ่ายภาพอยู่มีแผนที่บอกแต่ละส่วนโดยรอบของที่นี่ครับ
เดินเข้าไปชมกันเลยดีกว่า อัตราค่าเข้าชม สำหรับคนไทยผู้ใหญ่ท่านละ 100 บาท หากมาเป็นกรุ๊ป 5 คนเหลือคนละ 50 บาท ส่วนนักเรียนและนักศึกษาค่าเข้าชมคนละ 50 บาทครับ ดูเผินๆอย่างผมตอนแรกก็คิดว่าแพงชะมัดเลย แต่แพงไม่แพงต้องวัดกันหลังจากชมสิ่งที่จัดแสดงไว้ด้านในครับ
บันไดวนแบบคลาสสิคหลังจากเดินเข้าประตูมาครับ แหงนมองขึ้นไปก็ถ่ายรูปซะหน่อย
ผ่านเข้ามาที่ห้องแรกก็ตะลึงงันเลยครับ กับห้องบรรยายก่อนเข้าชม แต่...ปิดปรับปรุงอยู่ครับยังไม่ได้ใช้งานซะงั้นอะ หน้าจอสวยดีเนอะน่าเอามาใช้ที่บ้าน 555+
ห้องต่อมาเป็นการรวมภาพสัญลักษณ์ของไทยเอาไว้ครับ การไหว้ก็ดี ส้มตำก็ดี มวยไทยดนตรีไทยก็ดีเป็นเอกลักษณ์ของชาติเราทั้งนั้น และที่ขาดไม่ได้..
ตุ๊กตุ๊กครับ หรือสามล้อนั่นเอง ฝรั่งมาเที่ยวไทยก็คงจะอยากได้ลองนั่งสักครั้ง
เดินถัดมาเจอป้ายนี้เข้า... โดนใจอย่างแรงครับ ความเป็นไทยที่ว่าไทยนั้นอยู่ที่ไหน ? ลองอ่านดูคำตอบเค้าครับ โดน...น...นน... อย่างแรง
ออกมาก็ยังจี๊ดไม่จบ กับโมบาย "เรียงความคนกบแดง" ที่ห้อยยาวระย้ามาจากชั้นบนครับ ที่ป้ายจะเขียนคำบรรยายไว้ 3 บรรทัด จากยุคที่ไทยยังเป็นสุวรรณภูมิ คนกบแดงก็จะซัดหอก ทำขวานหิน ยุคสยามประเทศ คนกบแดงก็จะนุ่งโจง ไหว้พระ ขี่ม้าก้านกล้วย พอมาถึงยุคของประเทศไทย คนกบแดงนั้น..ทำผมแอฟโฟร่ ฟังไอพอด ขับรถฟอร์ด !?!?! คงตีความความหมายกันได้ใช่มั้ยครับ..
โมบายคนกบแดงกับพัฒนาการของคนไทยในแต่ละยุคแต่ละสมัย
เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเป็นส่วนของตำนานสุวรรณภูมิครับ เรื่องราวก่อนประเทศไทยจะถือกำเนิดเกิดขึ้นครับ นึกว่าจะเหมือนตอนเรียน สปช. สมัยเด็กๆ ที่มีตัวหนังสือเยอะแยะจนทำความเข้าใจยากได้แต่ จำๆๆ ที่ี่อธิบายกันได้แบบเด็กเข้าใจผู้ใหญ่ไม่มึนเลยทีเดียว ^^
เรื่องราวที่ถูกย่อลงมาเพียงเนื้อหาสำคัญ รวมถึงคำถามข้อสงสัยอย่างสุวรรณภูมิที่แท้จริงอยู่ที่ไหน มีคำอธิบายประกอบภาพให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ ผมก็ยืนอ่านอยู่นานสองนานเหมือนกัน
มีอาวุธเครื่องมือเครื่องใช้ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ให้ดูครับ ที่เห็นเป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำขนาดใหญ่ ก็เบ็ดตกปลายักษ์เราดีๆในสมัยนี้นี่เอง แต่เอ...สมัยนั้นเค้าใช้เบ็ดใหญ่ขนาดนี้จับตัวอะไรหนอ [- -]?
จุดที่น่าสนใจที่สุดของห้องนี้ครับ "คำให้การของนางพญาแห่งโคกพนมดี" เป็นการจำลองเรื่องราวของหญิงสาวที่สูงศักดิ์ในยุคนั้นคนหนึ่งที่ไม่สามารถทราบได้ว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันแน่ แต่จากหลักฐานที่ค้นพบทำให้การจำลองเหตุการณ์ในภาพเหมือนกับชุบชีวิตเธอขึ้นมาเล่าเรื่องให้เราฟังครับ ผมชอบประโยคสุดท้ายที่เธอบอกว่า "ข้ารู้ ข้าเห็น ข้าคิด ข้าทำ... ข้า...คือปัญญาในโลกของข้า" คิดยังไงก็ถูกแล้วถูกอีก ในสมัยนั้นความเชื่อในสิ่งเร้นลับคงไม่ใช่เรื่องงมงายเต่เป็นภูมิปัญญาที่จะช่วยประคับประคองจิตใจของคนในหมู่บ้านที่ไม่มีอะไรมายึดเหนี่ยวเลยก็เป็นได้
กำลังตะลึงกับคำพูดของเธออยู่ อยู่ดีๆเธอก็กลับกลายเป็นโครงกระดูกเหมือนเดิม ตกใจหมดเลย [- -"]
พึ่งจะมาถึงตรงนี้รูปก็เยอะแยะซะเหลือเกิน ขอตัดตอนเอาไว้ก่อนแล้วตอนหน้าจะพาไปเยี่ยมชมส่วนต่อไปของพิพิธภัณฑ์ เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มอยากไปเห็นของจริงกันแล้ว ไม่แน่ว่าตอนหน้าที่ผมรีวิวก็คงจะมีคนไปที่มิวเซียมสยามกันหลังจากอ่านบทความจบแล้วแน่ๆเลย [^^]
คนที่อยากไปชมกันก่อน ดูแผนที่ได้ที่นี่เลยครับ http://www.ndmi.or.th
---------------------------------------------------------------------------------------------

















